เสื้อแขนยาวกันแดด UPF50+ ได้รับความนิยมมากขึ้นในหมู่คนวิ่งและปั่นจักรยาน แต่เคยสงสัยไหมว่า ‘ผ้ากัน UV’ เขาทอกันยังไงถึงกันแดดได้ บทความนี้จะพาไปรู้จัก 3 วิธีหลักในการทำผ้ากันแดด พร้อมอธิบายค่า UPF ให้เข้าใจง่าย ๆ
ค่า UPF คืออะไร
UPF (Ultraviolet Protection Factor) คือค่าที่บอกว่าเนื้อผ้ากันรังสี UV ได้มากแค่ไหน ค่า UPF50+ หมายถึงผ้าปล่อยให้รังสี UV ผ่านได้เพียง 1 ใน 50 ส่วน หรือกันได้มากกว่า 98% ซึ่งถือเป็นระดับการปกป้องสูงสุด
3 วิธีทำให้ผ้ากัน UV ได้
1. ทอให้แน่น (Tight Weave)
ยิ่งเนื้อผ้าถักทอแน่น ช่องว่างระหว่างเส้นด้ายยิ่งน้อย รังสี UV ก็ผ่านทะลุได้ยากขึ้น เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด สังเกตได้ง่าย ๆ คือถ้าส่องผ้ากับแสงแล้วเห็นแสงลอดน้อย แปลว่ากัน UV ได้ดี
2. เคลือบหรือย้อมสารกัน UV
เติมสารดูดซับรังสี UV ลงบนผ้า เช่น ไทเทเนียมไดออกไซด์ หรือสารเคลือบพิเศษ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกันแดดโดยไม่ต้องทอแน่นมาก แต่ข้อควรระวังคือสารเคลือบผิวอาจเสื่อมลงเมื่อซักบ่อย ๆ
3. เลือกชนิดเส้นใยและสี
เส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์กัน UV ได้ดีกว่าฝ้ายโดยธรรมชาติ นอกจากนี้สีเข้มและสีสดยังกัน UV ได้มากกว่าสีอ่อน ผ้ากันแดดคุณภาพสูงบางชนิดฝังสารกัน UV ลงในเส้นใยตั้งแต่ขั้นตอนผลิต ซึ่งเป็นวิธีที่ทนทานที่สุด
แบบไหนกัน UV ได้ทนที่สุด
การฝังสารกัน UV ในเส้นใยและการทอแน่นจะคงประสิทธิภาพได้นานกว่าการเคลือบผิว เพราะการเคลือบจะค่อย ๆ หลุดลอกเมื่อผ่านการซักซ้ำหลายครั้ง หากต้องการเสื้อกันแดดที่อยู่ได้นาน ควรเลือกแบบที่กันแดดจากตัวเนื้อผ้าเอง
ทำไมเสื้อกัน UV ดีกว่าทาครีมกันแดดอย่างเดียว
- ปกป้องสม่ำเสมอ ไม่ต้องทาซ้ำระหว่างออกกำลังกาย
- ไม่หลุดลอกเมื่อมีเหงื่อ ต่างจากครีมกันแดด
- ถ้าเป็นผ้าระบายอากาศดี จะช่วยลดความร้อนสะสมบนผิวด้วย
สำหรับคนที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ เสื้อแขนยาวกัน UV ที่เนื้อเบาและระบายอากาศ จึงเป็นตัวช่วยที่คุ้มค่า ทั้งปกป้องผิวและใส่สบายในคราวเดียว
